แซนวิสซูชิไข่กุ้ง
| |||
ส่วนผสม ขนมปังแซนวิสอย่างดีมายองเนส / สลัดครีม / แซนวิสสเปรด ผักคาวาเระ /กะหล่ำปลี ปูอัดลวก ไข่กุ้ง ขนมปังแซนวิสอย่างดี มายองเนส / สลัดครีม / แซนวิสสเปรด ผักคาวาเระ /กะหล่ำปลี ปูอัดลวก ไข่กุ้ง วิธีทำ 1. เตรียมชามผสม นำมายองเนสหรือสลัดครีมหรือแซนวิสสเปรด อัตราส่วนตามใจชอบใส่ชามผสมเตรียมไว้![]() 2. เตรียมปูอัด ลวกน้ำร้อนให้สุกดีจากนั้นนำมาฉีกเป็นเส้นเล็ก ๆ เตรียมไว้ ![]() 3. นำปูอัดใส่ชามผสมตามด้วยไข่กุ้ง(ตามใจชอบ หากใส่มาก็อร่อยแต่เปลือง ^^) ![]() 4. ตามด้วยผักคาวาเระสดหั่นท่อน ![]() 5. คลุกเคล้าส่วนผสมพอเข้ากัน (เบา ๆ เพราะเดี๋ยวผักช้ำหมด) ชิมรสตามใจชอบ ![]() 6. เตรียมขนมปังแซสวิสตัดขอบสีน้ำตาลออก ปริมาณตามใจชอบ ทาขนมปังด้วยมายองเนสหรือแซนวิสสเปรดบาง ๆ ![]() 7. จากนั้นทาด้วยไส้ไข่กุ้ง – ปูอัดที่เราทำเตรียมไว้แล้ว ![]() 8. ประกอบขนมปังให้พอดีกัน ![]() 9. ตัดเป็นชิ้นตามใจชอบ ![]() 10. จัดใส่กล่องเพื่อจำหน่าย / หรือไปปิกนิค ต่อไปค่ะ : ทำด้วยใจให้ด้วยรัก หมายเหตุ :- แซนวิส ชนิดนี้เป็นแซนวิสสดมีอายุนอกตู้เย็นแค่ 1 วันค่ะ หากเกินจากนี้จะเสีย หากมีตู้แช่เค้กหรือตู้เย็น เก็บได้ประมาณ 3 วันค่ะ - ไม่มีผักคาวาเระใช้กะหล่ำปลีหั่นฝอยแทนได้ค่ะ - แซนวิส สูตรนี้ ครูส้มแกะมาจากร้านนึงที่ทำขายแต่ไม่ไฮโซและอร่อยเท่านี้ แถมยังขายราคาโครตแพง เลยลองทำดูและนำลงในเฟสบุ๊คของตัวเองแล้วมีเพื่อน ๆ หลาย ๆ ท่านสนใจกันมาและได้สอบถามมาทางหลังไมล์เลยนำมาลงให้ในเวปให้ชมกันค่ะ ลองทำกันดูนะคะ ทำไม่ยากเผื่อเป็นช่องทางจำหน่ายและอัพเกรดสินค้าเราได้ค่ะ ^^ - ไม่ได้บอกอัตราส่วนไว้เพราะแต่ละท่านชอบรสชาติไม่เหมือนกัน สามารถใส่ส่วนผสมทุกอย่างได้ตามใจชอบและให้ชิมรสตามต้องการค่ะ |
วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557
การทำแซนวิสซูซิไข่กุ้ง
การทำลอดช่องกะทิสด ( แบบโบราณ )
ลอดช่องไทย กะทิสด (แบบโบราณ)
| |||
| ส่วนผสม (แยกเป็น 2 ส่วน) ส่วนผสมตัวลอดช่อง แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย (โบราณเอาข้าวเจ้ามาโม่ให้เป็นแป้งคะ) น้ำปูนใส 5 ถ้วย ใบเตย 10 ใบ นำมาคั้นให้ได้น้ำใบเตยข้น ๆ 1 ถ้วย ลุยกันเลย 1. เอาแป้งข้าวเจ้ามาใส่ภาชนะ เช่น กาละมังเล็ก ๆ ใส่น้ำใบเตยคั้นลงไป ใส่น้ำปูนใสลงไปด้วย (ค่อย ๆ ใส่นะจ๊ะ โดยใส่สลับกันระหว่างน้ำใบเตยกันน้ำปูนใส) แล้วจึงค่อย ๆ นวดให้เข้ากันจนละลายกับแป้งให้เข้าหมด ต้องใจเย็น ๆ คะ ไม่งั้นแป้งจะเป็นก้อนไม่เข้ากัน 2. กรองส่วนผสมด้วยผ้าขาวบางอีกครั้งคะ ![]() ![]() 3. เริ่มการกวนคะ โดยนำกะทะทอง / หม้อ มาตั้งบนเตาไฟอ่อน ๆ เอาแป้งที่ละลายไว้แล้ว เทลงกระทะ กวนไปเรื่อย ๆ จนแป้งมีลักษณะเหนียว ข้น เข้ากันดี อย่าให้แห้งหรือเหลวจนเกินไป ![]() 4. เอากาละมังหรือภาชนะอื่น เช่นถัง อีกใบมาใส่น้ำสะอาดเตรียมเอาไว้ จากนั้นเตรียมพิมพ์ลอดช่อง สมัยโบราณใช้กะลาเจาะรู หรือให้หม้อเจาะรู คะ ![]() ![]() 5. นำแป้งที่กวนได้ที่มาใส่ลงในภาชนะหรือพิมพ์ที่เราเตรียมไว้ กดแป้งออกมาจากร่องออกมาเป็นช่วงสั้น ๆ ก็จะเป็นแป้งที่ลอดช่องลงมาสู่น้ำเย็น ทำเป็นตัวลอดช่อง ![]() ![]() 6. หากแป้งที่เทไว้หนืดเกินและไม่สามารถไหลลงมาได้แล้ว เค้าจะเอาท่อนไม้แบบในภาพมากดอีกครั้งคะเพื่อให้แป้งไหลลง (แต่ส้มไม่ทราบว่าเรียกว่าอะไร ต้องขอโทษด้วยคะ^^’) ![]() 7. แป้งกวนที่ไม่สามารถกดได้แล้ว แป้งแบบนี้นำมาทานโดยใส่ถ้วยผสมกับน้ำกะทิ อร่อยแบบบ้าน ๆ จริง ๆ คะ ^^’ ![]() ![]() 8. เปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ หากน้ำเริ่มร้อนขึ้นคะ จากนั้นพักตัวแป้งไว้ก่อน ส่วนผสมของน้ำกะทิ 1. น้ำกะทิ 2 ถ้วย 2. น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย 3. เกลือป่น ½ ช้อนชา ![]() 1. คั้นกะทิ ให้ได้ 2 ถ้วยคะ ![]() 2. เอาน้ำกะทิ 2 ถ้วย น้ำตาลปี๊ป 1 ถ้วยตวง เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ต้มให้เดือด แต่ควรจะกรองด้วยผ้าขาวบางจะดียิ่งขึ้น ![]() |
การทำแกงเขียวหวาน
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุงแกง ::
- เนื้อวัวติดมัน 250 กรัม
- พริกแกงเขียวหวาน (ตามสูตรด้านล่าง) 3 + 1/2 ชต.
- มะเขือพวงเด็ดก้านแล้ว 120 กรัม
- พริกชี้ฟ้าแดงเขียว 2 เม็ด ..... หั่นเฉียง
- ใบมะกรูด 4 ใบ ....... ฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ไม่เอาก้านตรงกลาง)
- โหระพา 3 กิ่ง ....... เด็ดไว้เป็นใบๆ
- เกลือทะเลป่น 1 ชต.
- น้ำตาลปี๊บ 0.5 ชต.
- น้ำปลาดี 2 ชต.
- หัวกะทิ 1 + 1/2 ถ้วย
- หางกะทิ 3 + 1/2 ถ้วย
- พริกแกงเขียวหวาน (ตามสูตรด้านล่าง) 3 + 1/2 ชต.
- มะเขือพวงเด็ดก้านแล้ว 120 กรัม
- พริกชี้ฟ้าแดงเขียว 2 เม็ด ..... หั่นเฉียง
- ใบมะกรูด 4 ใบ ....... ฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ไม่เอาก้านตรงกลาง)
- โหระพา 3 กิ่ง ....... เด็ดไว้เป็นใบๆ
- เกลือทะเลป่น 1 ชต.
- น้ำตาลปี๊บ 0.5 ชต.
- น้ำปลาดี 2 ชต.
- หัวกะทิ 1 + 1/2 ถ้วย
- หางกะทิ 3 + 1/2 ถ้วย
ป.ล. ถ้วย คือ ถ้วยตวง ซึ่งถ้วยตวงของแห้งกะถ้วยตวงของเหลวเป็นคนละแบบกัน
ป.ล. พิมใช้มะพร้าวขูด 1 โล คั้นเป็นหัวกะทิได้ 3 ถ้วยกว่าๆ และหางกะทิได้ 7 ถ้วย ก็แบ่งทำ 2 เมนูคือเขียวหวานเนื้อกับเขียวหวานไก่ค่ะ
:: ส่วนผสมพริกแกงเขียวหวาน ::
- กระเทียมไทย 1 หัว
- หอมแดง 2 หัว
- พริกขี้หนูสวน 50 กรัม
- ข่าแก่ 8 แว่น
- ตะไคร้ 2 ต้น
- ผิวมะกรูด 1/3 ลูก
- รากผักชี 2 ราก
- กะปิ 1/3 ชต.
- ยอดพริก 4-5 ยอด / ใบพริกใบใหญ่ 4-5 ใบ
- ลูกผักชียี่หร่าคั่วบด 1/2 ชช.
- เกลือป่น 1 ชช.
- หอมแดง 2 หัว
- พริกขี้หนูสวน 50 กรัม
- ข่าแก่ 8 แว่น
- ตะไคร้ 2 ต้น
- ผิวมะกรูด 1/3 ลูก
- รากผักชี 2 ราก
- กะปิ 1/3 ชต.
- ยอดพริก 4-5 ยอด / ใบพริกใบใหญ่ 4-5 ใบ
- ลูกผักชียี่หร่าคั่วบด 1/2 ชช.
- เกลือป่น 1 ชช.
ป.ล. พริกขี้หนูสวนแต่ละพันธุ์ เผ็ดไม่เท่ากัน บางพันธุ์ก็เผ็ดกระโดด บางพันธุ์เผ็ดพองาม ยังไงเพิ่มลดตามชอบนะคะ
ป.ล. ตำเสร็จแล้วจะได้ประมาณ 8 ชต.
ป.ล. ตำเสร็จแล้วจะได้ประมาณ 8 ชต.
:: วิธีทำ ::
อันดับแรกก่อนการที่จะทำแกงเขียวหวานได้ เราก็จะต้องมีพริกแกงกันก่อนนะคะ เพราะงั้นแล้วเริ่มต้นเราก็มาตำพริกแกงกันก่อนเลยค่ะ ซึ่งสูตรพริกแกงเขียวหวานพิมก็แปะไว้ให้ด้านบนแล้วนะคะ ก็เป็นสูตรเดียวกับที่เคยได้ลงไว้ในเมนู "แกงเขียวหวานไก่กับเห็ดตับเต่า" แต่ว่าอันนี้จะใส่พริกขี้หนูล้วน ๆ ไม่มีพริกชี้ฟ้าเขียว และก็ไม่ได้ใส่ขมิ้นนะคะ อ้อ ๆ และก็จะเพิ่มรากผักชีมาด้วยค่ะ
สำหรับหน้าตาส่วนผสมพริกแกงเขียวหวานก็ตามรูปด้านล่างนี่เลย ซึ่งทุกอย่างล้างสะอาดก่อนจึงค่อยนำมาเด็ด หั่น คั่วนะคะ ^__^
และเมื่อล้างหั่นคั่วบดเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยนำมาตำรวมกัน โดยเริ่มจากโขลกผิวมะกรูด+เกลือให้แหลกก่อนค่ะ ตามด้วยข่าตะไคร้ ใบพริกที่ซอยละเอียด พริกขี้หนูที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และหอมกระเทียมเป็น 2 อย่างสุดท้าย เมื่อตำทุกอย่างแหลกแล้ว ก็ค่อยใส่กะปิกับลูกผักชียี่หร่าคั่วบดลงไป ตำให้เข้ากันอีกที เป็นอันใช้ได้ แล้วเราก็จะได้พริกแกงเขียวหวานอย่างในภาพด้านล่างนี่อ่ะค่ะ
เมื่อตำพริกแกงเสร็จ ก็มาดูเนื้อวัวที่พิมเลือกใช้นะคะ ซึ่งในวันนี้กับเมนูนี้พิมเลือกใช้เนื้อสันติดมันอ่ะค่ะ เพราะเป็นส่วนที่เนื้อนุ่ม อีกทั้งติดมัน (อันนี้แหละค่ะที่สำคัญ อิอิ) เหมาะสำหรับการเอามาทำแกงเขียวหวานเป็นอย่างมาก ^__^ ก็หั่นเนื้อตามลายของเนื้อนะคะ ให้บางหน่อยแต่ไม่ต้องบางมาก กรณีไม่รู้ว่าหั่นถูกลายหรือเปล่า หลังจากหั่นเสร็จชิ้นแรก ให้ลองใช้นิ้วฉีกเนื้อชิ้นนั้นดูค่ะ ถ้าฉีกได้ง่าย แสดงว่าหั่นถูกต้องแล้วอ่ะค่ะ
ส่วน...ส่วนผสมอย่างอื่นก็เตรียมอย่างที่พิมบอกเอาไว้ด้านบนเลยนะคะ
และเมื่อหั่นเนื้อเสร็จ เตรียมวัตถุดิบทุกอย่างเสร็จ ก็มาลงมือแกงกันเลยจ้า
เริ่มต้นด้วยการตั้งกระทะบนเตาไฟ (พิมถนัดใช้กระทะในการแกง) ใส่หัวกะทิลงไป 1/2 ถ้วย เปิดไฟเตาเป็นไฟกลาง
เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกะทิแตกมัน (มีคราบน้ำมันอยู่ขอบ ๆ กระทะ)
ก็ใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปผัดจนแตกมันเป็นสีเขียวสวยอย่างในภาพด้านล่างอ่ะค่ะ ซึ่งระหว่างผัดเนี่ย หากในกระทะแห้ง ให้เติมหัวกะทิได้เป็นระยะ ๆ แต่เติมทีละน้อยนะคะ แค่ไม่ให้แห้งและไหม้ก็พอ (ผัดพริกแกงเสร็จ จะหมดหัวกะทิไปทั้งหมดประมาณ 1 ถ้วยกว่าๆ ก็จะเหลืออีกราว 1/3 ถ้วย)

และเมื่อพริกแกงสีสวยดีแล้ว ก็ใส่เนื้อที่เราหั่นไว้แล้วลงไปค่ะ ....... ซึ่งเนื้อเนี่ยโดยปกติพิมจะหมักกับน้ำปลานิดหน่อยก่อนค่ะเพื่อให้เนื้อมีรสชาติ และบางทีก็แอบเหยาะบรั่นดีใส่ลงไปด้วยเพื่อความหอม แต่ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ชอบหรือไม่สะดวก ก็ใช้เนื้อหั่นเฉย ๆ แบบไม่ต้องหมักอะไรเลยก็ได้ค่ะ แต่กรณีเนื้อที่ใช้นั้นเหนียวมาก ให้นำไปเคี่ยวกับหางกะทิ (ที่ไม่ใช่หางกะทิในสูตรด้านบน) จนกระทั่งเปื่อยนุ่มก่อน แล้วค่อยช้อนเนื้อมาผัดกับพริกแกงอ่ะค่ะ
ก็ผัดให้เนื้อเข้ากับพริกแกง และสุกประมาณในภาพด้านล่างนี้นะคะ
จากนั้นก็ใส่หางกะทิที่เตรียมไว้ทั้งหมดลงไป ปรุงรสด้วยเกลือป่น น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาอย่างดี คนให้เข้ากันรอจนน้ำตาลละลาย เกลือละลายหมด ก็ตักน้ำแกงขึ้นมาชิมรสชาติว่าเป็นยังไง ชอบไหม หากขาดรสไหนก็เติมเอาตามต้องการได้เลยค่ะ
ป.ล. น้ำตาลปี๊บที่พิมใส่ ใส่เพื่อให้รสกลมกลมและนุ่มนวล ไม่ได้ต้องการใส่เพื่อให้รสหวาน หากใครไม่ชอบไม่อยากใส่ ก็ไม่ต้องใส่นะคะ หรือถ้าจะใส่มากใส่น้อยกว่านี้ก็ไม่ผิดกติกาอีกเช่นกันค่ะ

เมื่อได้รสที่ชอบแล้ว ก็เร่งไฟเตาให้แรงขึ้นค่ะ
จนน้ำแกงเดือดจัด ก็ใส่มะเขือพวงลงไป ตามด้วยหัวกะทิที่เหลือ
รอจนเดือดอีกครั้ง ก็ใส่ใบโหระพา ใบมะกรูดที่เราฉีกไว้ พริกชี้ฟ้าเขียวแดงที่เราหั่นไว้ลงไป คนด้วยทัพพีหรือตะหลิวให้เข้ากันดีกับน้ำแกง ก็ปิดไฟเตาได้เลยค่ะ
แล้วเราก็จะได้แกงเขียวหวานเนื้อออกมาหน้าตาอย่างในภาพด้านล่างนี่นะคะ
ซึ่งขอบอกว่า ... สำหรับพิมมันอร่อยมากค่าาา แบบว่าน้ำแกงก็รสเข้มข้น กลมกล่อม แต่จัดจ้าน และมีกลิ่นหอมจากเครื่องแกงที่ตำเอง เนื้อที่ใช้ก็นุ่มมาก อีกทั้งติดมัน (อันนี้สำคัญๆ) ... พอมารวมตัวกันก็เลยอร่อยสมใจอยากของพิมชนิดกินไม่อยากเลิกเลยค่ะ
ซึ่งตอนแรกพิมว่าจะทานกับข้าวสวยร้อน ๆ นะคะ แต่......แกงเสร็จแล้ว นึกได้ว่าลืมหุงข้าว >_<" ก็เลยต้องไปซื้อขนมจีนที่ร้านอาแปะแถวบ้านมากินกับแกงแทนข้าวไปก่อนค่ะ ซึ่งขอบอกว่ามันก็เข้ากันมากๆ (เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเน๊าะค่ะ) ขนิดยิ่งกินยิ่งเพลินค่ะ
...... ยิ่งคำไหนที่เคี้ยวแล้วไปเจอเนื้อชิ้นที่ติดมัน อืมมมมมมม มันยิ่งเหมือนสวรรค์ชัด ๆ (คำเปรียบเปรยเน๊าะค่ะ) จนไม่อยากให้หมดจานเลยค่ะ
ยังไงเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจอยากลองทำเมนูนี้ หรืออยากกินเมนูนี้ ก็ไปลองทำกันดูนะคะ ไม่ยาก ๆ เป็นอีกเมนูนึงที่พิมอยากแนะนำมากๆ เลยค่ะ
และสำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อ จะเปลี่ยนเป็นทำแกงเขียวหวานไก่ หมู แทนก็ได้นะคะ ... อย่างคุณสามีของพิมเค้าไม่กินเนื้อวัวพื้น ๆ (ฮ่าๆ) เพราะงั้นเค้าก็เลยไม่กินแกงเขียวหวานเนื้อ พิมก็เลยต้องทำแกงเขียวหวานไก่ให้เค้าแทนอ่ะค่ะ ซึ่งสูตรที่ใช้ก็สูตรเดียวกับแกงเขียวหวานเนื้อเลย
ยังไงก็ไปลองทำกันดูนะคะ ตัดขัดตรงไหนถามได้ค่า ^____^
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
ขนมปังแซนวิสอย่างดี





















