วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วิธีทำขนมไทย


26 มิ.ย. 2556

ขนมตาล ขนมไทย


ส่วนผสม
1. แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
2. ลูกตาลสุก 2 ผล
3. น้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม
4. มะพร้าว 1 ผล
5. เกลือป่น
6. ถ้วยตะไลหรือกระทงใบตอง

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกลูกตาลออก แล้วยีกับตะแกรง เวลายีต้องหยอดน้ำใส่เม็ดตาลเสมอเพื่อให้เนื้อตาลจะได้ออกจากเม็ดจนหมด
2. กรองเนื้อลูกตาลด้วยผ้าขาวบาง ด้วยการเทใส่ถุงผ้าผูกปากถุงแขวนไว้ น้ำจะไหลออกจากเนื้อตาลแห้งเอง
3. เอาเนื้อตาลออกจากถุง เคล้าผสมกับแป้งให้เข้ากันดี ตั้งผึ่งไว้ให้แป้งขึ้น
4. เมื่อแป้งขึ้นแล้ว ให้ผสมกับน้ำตาล เกลือป่นเล็กน้อย ตักใส่ถ้วยตะไลหรือจะเจียนใบตองก็ได้ ถ้วยละหรือห่อละ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ขูดเนื้อมะพร้าวโรยหน้า แล้วห่อให้เรียบร้อย จัดเรียงใส่ลังถึง
6. นึ่งด้วยไฟแรงจัด ให้ขนมตาลสุกฟู
ขนมตาล

29 พ.ค. 2556

ขนมถ้วยตะไล ขนมไทย

 ขนมถ้วยตะไลเป็นขนมไทยที่ทำง่ายและเป็นที่นิยมของคนทุกภาค

ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
น้ำเปล่า 5 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
น้ำใบเตย 1/2 ถ้วย
มะพร้าว 1 ลูก
แป้งมัน 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำขนมถ้วยตะไล
1. นวดแป้งข้าวเจ้ากับน้ำ 1 ถ้วย จนเข้ากันดี
2. ละลายน้ำตาลกับน้ำเปล่าที่เหลือจนน้ำตาลละลาย กรองด้วยผ้าข้าวบาง นำไปใส่แป้งที่นวดไว้ แล้วใส่ใบเตยคนจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
3. นำถ้วยตะไลนึ่งในลังถึงจนร้อนได้ที่ จากนั้นตักแป้ง ที่เตรียมไว้ใส่ถ้วยตะไลประมาณครึ่งถ้วย นึ่งไฟแรง 10 นาที
4. นำหัวกะทิผสมเกลือและแป้งมันให้เข้ากัน ตักราดหน้าขนมในถ้วยตะไล นึ่งต่อจนสุกดี ยกลงจากเตา

23 พ.ค. 2556

วิธีทำขนมลูกชุบ ขนมไทย


ขนมชนิดนี้เป็นขนมที่นำการฝีมือระหว่างการครัวและงานปั้น ความคิดสร้างสรรค์มารวมไว้ด้วยกัน
ส่วนผสม
1. ถั่วเขียวไม่มีเปลือกนึ่ง 4 ถ้วย
2. น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
3. หัวกะทิ 1 ถ้วย
4. วุ้น 2 ถ้วย
5. น้ำเปล่า 4 ถ้วย
6. สีผสมอาหารหรือสีจากธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากขมิ้น สีแดงจากกระเจี๊ยบ สีน้ำเงินม่วงจากดอกอัญชัน สีเขียวจากใบเตย

วิธีทำขนมลูกชุบ
1. นำถั่วเขียวที่นึ่งเตรียมไว้มากวนกับน้ำตาลทราย 1 ถ้วย และหัวกะทิ 1 ถ้วย กวนจนแห้งพอปั้นได้
2. ปั้นเป็นรูปผลไม้ต่างๆ ขนาดเล็กน่ารัก ระบายสีตามชอบ
3. ต้มวุ้น 2 ถ้วยกับน้ำตาล 1 ถ้วย น้ำเปล่า 4 ถ้วย พอละลายหมด พอวุ้นละลายหมด กรองด้วยผ้าขาวบาง (วุ้นควรแช่น้ำไว้นานประมาณ 1 คืน)
4. ใช้ไม้เล็กๆ เสียบที่ขนมที่ปั้นไว้ แล้วนำไปชุบน้ำวุ้นเพื่อความสดใส ประดับขั้วผลไม้ด้วยใบไม้เล็กๆ ให้ดูสวยงาม
ขนมลูกชุบ

20 พ.ค. 2556

วิธีทำข้าวเหนียวแก้ว ขนมไทย


ข้าวเหนียวแก้วนั้นเป็นขนมไทยสีสันเขียวมรกต เป็นเงา รสชาติหวานอร่อย

ส่วนผสม
1.ข้าวเหนียวดิบ 3/4 ถ้วยตวง
2.หัวกะทิ  3/4 ถ้วยตวง
3.น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
4.น้ำปูนใส 1/2   ถ้วยตวง
5.เกลีอป่น 1/4 ช้อนชา
6.น้ำใบเตยข้น ๆ 2 ช้อนโตีะ

วิธีทำข้าวเหนียวแก้ว
1. แช่ข้าวเหนียวประมาณ 1 -3 ชั่วโมง นำไปนึ่งให้สุกต้วยไฟกลางประมาณ 20 -25 นาที
2. ใส่หัวกะทิ 1/2 ถ้วย ในภาชนะ นำข้าวเหนียวร้อน ๆ ใส่ลงไปคนให้เข้ากันปิดฝาพักไว้ 20 – 30 นาที
3. ผสมน้ำตาลทราย น้ำปูนใส เกลือป่น และหัวกะทิ 1/4 ถ้วย คนให้เข้ากัน
4. ใส่ส่วนผสมข้อ 2 ลงไป ใช้ไฟกลางกวนให้เข้ากันประมาณ 3 นาที ใส่น้ำใบเตย กวนต่อประมาณ
  3-5 นาที ยกลง  เทใส่ถาดสี่เหลี่ยม ตัดข้าวเหนียวแก้วเป็นชิ้นๆ
ข้าวเหนียวแก้ว



ขนมชั้นอัญชัน ขนมไทย


ขนมชั้น เป็นขนมไทยที่พบเห็นกันมานมนานแล้ว สมัยก่อนจะมีเพียง 2 สีคือ ขาวสลับเขียวอ่อนๆ ซึ่งเป็นสีจากใบเตย รับประทานแล้วได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากใบเตย ถ้าใช้ในงานพิธีมงคลต่างๆ ก็จะนิยมทำเป็น 9 ชั้น แต่มายุคนี้ แม้แต่ขนมชั้นก็ยังต้องเพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้สีต่างๆ มาช่วยดึงดูดลูกค้า เช่นทำเป็นขนมชั้นสายรุ้ง ดังนั้นสูตรขนมไทย จึงนำวิธีการทำขนมชั้นอัญชันมาเป็นตัวอย่างของขนมชั้นสีอื่นๆ ถ้าใครอยากจะเพิ่มสีเองก็สามารถทำได้ แต่อย่าลืมว่าต้องหยอดสลับกับสีขาวเสมอ

ส่วนผสม
1. แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วยตวง
2. แป้งมัน 3/4 ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
3. แป้งท้าวยายม่อม 1/4 ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
4. แป้งซ่าหริ่ม (แป้งถั่ว) 1 ช้อนโต๊ะ
5. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
6. หางกะทิ 3/4 ถ้วยตวง
7. น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
8. น้ำดอกอัญชัน 1/4 ถ้วยตวง
9.  ถาดสี่เหลียมขนาด 4 1/2 x 4 1/2 นิ้ว
10. น้ำมันพืช 1- 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.  ผสมน้ำตาลทรายกับหางกะทิ คนให้น้ำตาลละลาย พักไว้
2. ผสมแป้งทั้งหมดเข้าด้วยกัน ค่อยๆ เทหัวกะทิใส่ลงไปนวด (ลักษณะปั้นได้)
3. ใส่หัวกะทิที่เหลือทั้งหมด และหางกะทิ ที่ผสมน้ำตาลทรายในข้อ 1. คนให้เข้ากัน
แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
4. แบ่งส่วนผสมทั้ง 2 ส่วน เท่าๆ กัน สานที่ 1 ใส่น้ำอัญชัน 1/4 ถ้วย แล้วคนให้เข้ากัน
ส่วนที่ 2 เป็นสีขาว
5. ตั้งลังถึง ใส่น้ำ 3/4 ของลังถึง เดือดแล้ว นำพิมพ์ทาน้ำมันบางๆ วางเรียง นึ่งพิมพ์
ประมาณ 5 นาที
6. หยอดขนมทีละสี สลับอันจนหมด แต่ละชั้นใช้เวลานึ่งประมาณ 3 นาที หรือสังเกตแป้งจะเริ่มใส แตะดูไม่ติดมือ แต่ต้องจำไว้ว่า ขนมแต่ละชั้นนั้นต้องนึ่งให้สุกเสียก่อน ถ้าชั้นใดชั้นหนึ่งไม่สุก ชั้นต่อไปจะไม่สุกด้วย
 7. พักไว้ให้เย็นเเล้วจึงตัดขนมชั้นเป็นชิ้นๆ
ขนมชั้น

25 เม.ย. 2556

ลอดช่องสิงคโปร์


ลอดช่องสิงคโปร์เป็นขนมที่หวาน หอม อร่อย ทานพร้อมน้ำแข็ง ให้รสชาติถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่
แต่การทำขนมชนิดนี้ให้อร่อย แป้งต้องเหนียว และเมื่อแป้งเนียนแล้ว เวลาคลึงแป้งก็ต้องคลึงให้บาง ขนมนี้ต้องหอมนอก หอมตัวขนมและน้ำด้วยจึงจะถูกต้อง

ส่วนผสมตัวขนม
1. แป้งมัน ½ ถ้วยตวง
2. น้ำเดือดใส่สีเขียว ¼ ถ้วยตวง
3. แป้งนวล 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมน้ำเชื่อม
1. น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง
2. น้ำดอกมะลิ 1 ½ ถ้วยตวง
3. ขนุนหั่นชิ้นเล็กๆ ยาวๆ ½ ถ้วยตวง

ส่วนผสมกะทิ
1. หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
2. เกลือป่น 1 ช้อนชา


วิธีทำลอดช่องสิงคโปร์
1. ใส่แป้งมันในอ่างผสม ทำแป้งเป็นบ่อตรงกลาง ค่อยๆ เทน้ำร้อนใส่ คนเร็วๆจนแป้งจับตัวเป็นก้อน
2. นวดให้เนียน ถ้าไม่อยากให้แป้งติดมือ แตะแป้งมันเล็กน้อย
3. คลึงแป้งให้เป็นแผ่นบางๆ ตัดให้เป็นเส้นเล็ก ๆ พักไว้
4. ต้มน้ำให้เดือด นำแป้งที่ตัดไว้แล้วลงต้มให้สุก เมื่อแป้งลอยตัวและพอง ตักใส่พักในน้ำเย็น เทใส่กระชอนกรองให้สะเด็ดน้ำ
5. ผสมหัวกะทิกับเกลือ ตั้งไฟอย่างพอเดือด ยกลงพักไว้ให้เย็น
6. ใส่แป้งที่ต้มแล้วลงไปในน้ำกะทิ ข้อ 5.
7. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำดอกมะลิใส่หม้อตั้งไฟเคี่ยว ประมาณ 7-10 นาที ใส่ขนุนยกลงพักไว้ให้เย็น อบควันเทียน 20 - 30 นาที
8. ตักเสิร์ฟใส่ขนมที่อยู่ในกะทิ ใส่น้ำ    เชื่อม น้ำแข็ง รับประทานเย็นๆ อร่อยชื่นใจ
ลอดช่องสิงคโปร์


11 ก.พ. 2556

ข้าวเหนียวมะม่วง


ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานที่พบเห็นกันทั่วไป มีทั้งเจ้าขนมที่ทำแล้วอร่อย ข้าวเหนียวหวานมัน กะทิเข้มข้น กับเจ้าที่พอทานได้ หลายคนอาจจะสงสัยว่ามีเคล็ดลับอะไรทำยังไงขนมถึงอร่อย แล้วมาดูเคล็ดลับการทำข้าวเหนียวมะม่วงกันเลยค่ะ

* การนึ่งข้าวเหนียวโดยการใส่ใบเตยลงไปในน้ำ ทำให้ข้าวเหนียวหอม
* การแกว่งด้วยสารส้ม ทำให้ข้าวเหนียวไม่หัก
* อย่านึ่งข้าวเหนียวให้สุกมาก ข้าวเหนียวจะแฉะไม่อร่อย และนึ่งข้าวเหนียวด้วยไฟกลางค่อนไปทางอ่อน
* ถ้าทำข้าวเหนียวขนุน ใส่ข้าวเหนียวลงไปในขนุน
* ถ้าทำข้าวเหนียวลูกตาล โรยหน้าด้วย น้ำตาลทราย เกลือ งาดำ งาขาว
* สำหรับมะม่วงถ้ายังไม่เสิร์ฟ ยังไม่ต้องปอก เพราะมะม่วงจะดำ

ส่วนผสมข้าวเหนียวมูน
ข้าวเหนียวเขี้ยวงูดิบ  1 ½  ถ้วยตวง
สารส้ม (สำหรับแกว่งข้าวเหนียว) 1 ก้อน
หัวกะทิ ½ ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมกะทิราดข้าวเหนียวมูน
หัวกะทิ ½ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น ½ ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1 ½ ช้อนชา
ส่วนผสมอื่นๆ
มะม่วงสุก, ขนุนสุก, ลูกตาลเชื่อม,ทุเรียน
ถั่วทองแช่น้ำ 3 ชั่วโมง แล้วคั่วไฟอ่อนๆ 2 ช้อนโต๊ะ

 วิธีมูนข้าวเหนียว
1. แช่ข้าวเหนียวในน้ำสะอาด พอท่วมข้าว พักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง
2. แกว่งสารส้มในข้าวเหนียว ประมาณ 4-5 รอบ ล้างด้วยน้ำสะอาด 2 ครั้ง สรงขึ้นให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำไปนึ่งในลังถึงที่รองด้วยผ้าขาวบาง นึ่ง 10 นาที แล้วกลับด้านอีก 10 นาทีด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน
3. ผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น ใส่หม้อตั้งไฟกลาง คนให้เข้ากัน พอน้ำตาลละลาย และเดือดประมาณ 2 นาที เทใส่ภาชนะ พักไว้ให้เย็น
4. เทข้าวเหนียวร้อนๆ ลงในกะทิที่เย็นแล้ว คนด้วยพายเบาๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี ปิดฝา พักไว้จนระอุ ประมาณ 30 นาที
5. กลับข้าวเหนียวมูนอีกครั้งเบาๆ ตักเสิร์ฟพร้อมมะม่วงสุก

วิธีทำกะทิราดหน้าข้าวเหนียวมูน
1. ผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย เกลือป่น ค่อยๆ เทหัวกะทิใส่ทีละน้อย คนให้แป้งละลาย
2. ตั้งไฟกลาง คนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งส่วนผสมเริ่มข้น ประมาณ 3 นาที ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น

วิธีเสิร์ฟ
* ข้าวเหนียวมูนจะเสิร์ฟพร้อมกับมะม่วงสุก น้ำกะทิทุเรียน ทุเรียนสด ขนุน ลูกตาลเชื่อม และสังขยาก็ได้

ข้าวเหนียวมะม่วง

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ คือ
          
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ที่ทำงานตามชุดคำสั่งอย่างอัตโนมัติและให้ผลลัพธ์ออกมาตามต้องการ  ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ รวมเรียกว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
การทำงานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วยสำคัญ 5 หน่วย คือ
  • หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
  • หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
  • หน่วยความจำหลัก (Main Memory)
  • หน่วยความจำสำรอง (Secondary Memory)
  • หน่วยแสดงผล (Output Unit)
          กลไกการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่เกิดจากองค์ประกอบต่างๆ  เริ่มด้วยเมื่อมีการกดปุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์  โปรแกรมหรือชุึดคำสั่งที่อยู่ในหน่วยความจำหลัก  จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมที่จะทำงาน  เมื่อตรวจสอบเสร็จคอมพิวเตอร์จะแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะทำงาน  ก็จะมีการป้อนคำสั่งหรือโปรแกรมหรือข้อมูลโดยผ่านหน่วยรับข้อมูล  แล้วนำไปเก็บไว้ที่หน่วยความจำหลัก  ต่อจากนั้น หน่วยประมวลผลกลางก็จะทำการตามคำสั่งของโปรแกรมซึ่งเรียกว่า  การประมวลผล  แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้เก็บไว้ที่ หน่วยความจำ  และจะแสดงผลลัพธ์ผ่านหน่วยแสดงผลเมื่อมีคำสั่งให้แสดงผลลัพธ์
หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)

หน่วยรับข้อมูล คือ
          เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลรับข้อมูลหรือคำสั่ง จากผู้ใช้เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยแปลงข้อมูลหรือคำสั่งนั้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำการประมวลผลต่อไป
อุปกรณ์รับข้อมูล ได้แก่
             Mouse                                            Keyboard                         Joy Sticks                                      Track Ball
              Touch Screen                           Scanner
                  Digital Camera                          Light Pen
              POS (Point of Sale Terminal)                                  
                         OMR (Optical Mark Reader)

                                             น่วยประมวลผลกลาง คือ
          ส่วนที่ทำหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งที่รับมาจากหน่วยรับข้อมูล และควบคุมการปฏิบัติงานของเครื่องคอมพิวเตอร์

หน่วยประมวลผลกลางประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ
  • หน่วยควบคุม (Control Unit)ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบทั้งหมด ให้ทำงานอย่างถูกต้อง
  • หน่วยคำนวณ (Arithmetic Logic Unit) ทำ หน้าที่ประมวลผลข้อมูลทางคณิตศาสตร์และทางตรรกะ เช่น
            การคำนวณทางคณิตศาสตร์  ได้แก่  การบวก ลบ คูณ หาร
          -   การกระทำทางตรรกะ (AND , OR) 

        - 
  การเปรียบเทียบ  เช่น การเปรียบเทียบค่าของข้อมูล 2 ตัวว่ามีค่าเท่ากัน  มากกว่า  หรือน้อยกว่า  ไม่ว่าข้อมูลจะเป็นตัวเลข หรือตัวอักษรก้สามารถเปรียบเทียบได้
        - 
  การเลื่อนข้อมูล (Shift)
          -   การเพิ่มและการลด (Increment and Decrement)
          -   การตรวจสอบบิท (Test  Bit)
หน่วยความจำหลัก (Main Memory)

          หน่วยความจำหลัก  เป็นหน่วยความจำที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์  แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
          1. รอม (ROM : Read Only Memory)  เป็นหน่วยความจำหลักที่
                    -  ใช้บรรจุโปรแกรมสำคัญ ที่ใช้ในการสตาร์ทอัพเครื่อง
                    -  เก็บโปรแกรมคำสั่งไว้อย่างถาวร
                    -  ไม่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าเลี้ยง ข้อมูลก็จะยังคงอยู่
                    -  เขียนหรือบันทึกข้อมูลคำสั่งได้เพียงครั้งเดียว ในขั้นตอนการผลิตเครื่องจากโรงงาน ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้อีก
                    -  อ่านข้อมูลได้อย่างเดียว และการเข้าถึงข้อมูลเป็นแบบสุ่ม

          2. แรม (RAM : Random Access Memory)                                
                                                  
                    -  ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่รับเข้ามาจากหน่วยรับข้อมูล  เพื่อนำไปประมวลผล
                    -  ทำหน้าที่เก็บผลลัพธ์ที่ได้ขณะทำการประมวลผลซึ่งยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย 
                    -  ทำหน้าที่เก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลซึ่งเป็นผลลัพธ์สุดท้าย
                    -  ทำหน้าที่เก็บชุดคำสั่งต่างๆ ขณะที่เรากำลังทำงานอยู่กับเครื่อง
                        เพื่อใช้ในการประมวลผล
                    -  เป็นหน่วยความจำที่เก็บข้อมูลหรือโปรแกรมไว้ชั่วคราว สร้างขึ้นเพื่อผู้ใช้โดยตรง
                    -  สามารถอ่านหรือเขียนทับข้อมูลลงไปได้ตามต้องการ ถ้าไฟดับข้อมูลจะสูญหาย
                    -  การเข้าถึงข้อมูลเป็นแบบสุ่ม
หน่วยความจำสำรอง (Secondary Memory)

          หน่วยความจำสำรอง  เป็นหน่วยความจำที่ใช้เก็บข้อมูล และโปรแกรมที่ต้องการใช้งานในคราวต่อไปได้   ซึ่งสามารถบรรจุข้อมูลและโปรแกรมได้เป็นจำนวนมาก
อุปกรณ์ที่เป็นหน่วยความจำสำรอง ได้แก่
  • จานแม่เหล็ก (Magnetic Disk) 
    ฮาร์ดิสก์

    จานแม่เหล็กสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง (Direct Access)  ได้แก่  ฮาร์ดดิสก์ และฟล็อปปี้ดิสก์
  • เทปแม่เหล็ก (Magnetic Tape)  สามารถบันทึกและเข้าถึงข้อมูลแบบเรียงลำดับ (Sequential Access) การบันทึกทำโดยสร้างสนามแม่เหล็กลงบนเนื้อเทป
  • จานแสง (Optical Disk) 
     เครื่องอ่านแผ่นซีดี (CD-ROM Drive)

    เป็นสื่อที่ใช้บันทึกข้อมูลได้ปริมาณมากสามารถอ่านและบันทึกข้อมูลด้วยแสงเลเซอร์ เช่น CD-ROM  (Compact Disc Read-Only Memory) มีความจุข้อมูลสูงมาก ตั้งแต่ 650 เมกะไบท์ (MB) สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างเดียว แก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้
หน่วยแสดงผล (Output Unit)

หน่วยแสดงผล คือ
          อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล
การแสดงผลลัพธ์ แบ่งเป็น 2 แบบ
  • แสดงผลทางบนจอภาพ 
                                    
     
            
    การแสดงผลทางจอภาพ เรียกได้อีกอย่างว่าเป็น Soft Copy คือ จะแสดงผลลัพธ์ขณะที่มีกระแสไฟฟ้าอยู่ อุปกรณ์คือ จอภาพคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซึ่งภาพบนจอประกอบด้วยจุดหรือ pixel หลายๆ pixel สามารถแสดงผลความละเอียดได้หลายระดับ เช่น 640 * 480 จุด , 800 * 600 จุด , 1024 * 786 จุด
  • แสดงผลทางเครื่องพิมพ์
                          
            
    การแสดงผลทางจอภาพ  หรือเรียกได้อีกอย่างว่าเป็น Hard Copy คือ สามารถแสดงผลลัพธ์คงทนอยู่นาน ไม่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าเลี้ยง อุปกรณ์ที่ใช้ คือ Printer

ที่มา http://www.ds.ru.ac.th/Test1/Aj_palida/E-learning/Unit5/computer_ITunit5.htm#หน่วยที่%205

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

สูตรการทำอาหารไทย

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

หมึกไข่นึ่งมะนาว


หมึกไข่นึ่งมะนาว

ส่วนผสม

ปลาหมึกไข่                   3 - 4 ตัว
กระเทียมโทนสับหยาบๆ          3 ช้อนโต๊ะ
ผักชี                              2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูซอย                    2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา                           3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว                        3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย                     1 ช้อนชา
แตงกวา                          1 ลูก
มะเขือเทศ                      2 ลูก
น้ำซุปไก่                      ½  ถ้วยตวง

วิธีทำ

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

ห่อหมกกุ้ง


ห่อหมกกุ้ง

ส่วนผสม

ปลากรายขูด                    200 กรัม
เนื้อกุ้งสับหยาบ                 200 กรัม
กุ้งทั้งตัวแกะเปลือก             100 กรัม
กะทิ                             1 ½ ถ้วยตวง
น้ำพริกห่อหมก                    4  ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา                            2  ช้อนโต๊ะ
ไข่                                 1  ฟอง
กะทิสำหรับราดหน้า              ½  ถ้วยตวง
ใบยอ
โหระพา
ผักชี
ผักกาดขาว

วิธีทำ

ปลาช่อนลุยสวน


ปลาช่อนลุยสวน

ส่วนผสม

ปลาช่อน                          1 ตัว
พริกขี้หนูบด                       1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว                          2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล                            2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา                            3 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย                   2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีหั่นฝอย                       2 ช้อนโต๊ะ
ใบสาระแหน่                       2 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้หั่น                          2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย                      4 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช                          4 ถ้วยตวง
มะนาวหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าพร้อมเปลือก    3ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

ยำปลาดุกฟู

ยำปลาดุกฟู

เครื่องปรุง-ส่วนผสมยำปลาดุกฟู

ปลาดุกย่าง                        4 ตัว
มะม่วงดิบซอย                     1 ถ้วยตวง
หอมแดงซอยบางๆ                ½ ถ้วยตวง
ถั่วลิสงหรือมะม่วงหิมพานต์ทอด  ½ ถ้วยตวง
ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อน                ½ ถ้วยตวง
น้ำมันสำหรับทอด

ส่วนผสมน้ำยำปลาดุกฟู


ยำถั่วพลู


ยำถั่วพลู

ส่วนผสม

ถั่วพลู                      250  กรัม
เนื้อหมูสับ                  100  กรัม
กุ้งขนาดกลาง                 5  ตัว
กะทิ                           2  ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย                 2  ลูก
น้ำปลา                        2  ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว                     3  ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงคั่วบด                  2  ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล                        1  ช้อนโต๊ะ
หอมแดงเจียว                 2  ช้อนโต๊ะ
เนื้อมะพร้าวฝอย             50  กรัม
ไข่ไก่ต้ม                       1  ลูก
น้ำพริกเผา                     1  ช้อนโต๊ะ
พริกแห้ง

วิธีทำ

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเล


สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเล

เครื่องปรุง

เส้นสปาเก็ตตี้                120  กรัม
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ          1  เม็ด
เม็ดพริกไทยอ่อน               1  ช้อนโต๊ะ
กุ้งสด                          50  กรัม
ใบกระเพราเด็ดเป็นใบๆ         1  ถ้วย
ปลาหมึก                       50 กรัม
น้ำปลา                          1  ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช                        1  ช้อนโต๊ะ
หอยแมลงภู่                  100  กรัม
พริกขี้หนูสับ                     1  ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว                         1  ช้อนชา
กระเทียมสับ                  1/2  ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย                 1/2  ช้อนชา

วิธีทำ

ข้าวผัดแหนม


ข้าวผัดแหนม

เครื่องปรุง

ข้าวสวย                       4  ถ้วย
แหนม                          2  แท่ง
ไข่ไก่                          2  ฟอง
ซีอิ้วขาว                       2  ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส                    1  ช้อนชา
น้ำมันหอย                     2  ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย                   2  ช้อนชา
หัวหอมใหญ่                   ½  หัว
กระเทียมกลีบใหญ่             3  กลีบ
ผักกาดหอม                    4  ใบ
มะเขือเทศ                     1  ลูก
ต้นหอม                        3  ต้น
ผักชี                            1  ต้น
น้ำมันสำหรับผัด               2  ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ